logo
กรมธนารักษ์
สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ลพบุรี
THE TREASURY
DEPARTMENT
MENU
  • A
  • A
  • A

เกี่ยวกับจังหวัด

          ลพบุรี เป็นเมืองที่มีแห่งความหลากหลาย และต่อเนื่องของความเจริญทางวัฒนธรรมยาวนานกว่า 3,000 ปี ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์   มีหลักฐานสำคัญแสดงถึงความเจริญ ดังกล่าว ได้แก่                       

                - ารขุดพบโครงกระดูกมนุษย์พร้อมภาชนะดินเผา  ที่แหล่งโบราณคดีบ้านท่าแค  อายุระหว่าง 3,500-4,500  ปี
                - การขุดพบโครงกระดูกมนุษย์ยุคหินใหม่  ที่บ้านโคกเจริญ  อายุระหว่าง 2,700-3,500  ปี
                - การขุดพบโครงกระดูกมนุษย์ยุคสำริด  ที่ศูนย์การทหารปืนใหญ่  อายุระหว่าง 2,300 - 2,700 ปี
                - การขุดพบชุมชนโบราณในสมัยทวารวดี  ที่เมืองโบราณซับจำปา อ.ท่าหลวง  เมืองโบราณดงมะรุม
                  อ.โคกสำโรง  เมืองใหม่ไพศาลี  ซึ่งสันนิษฐานว่ามีอายุประมาณ 1,000 ปี
                - การพบหลักฐานที่เป็นเครื่องมือ เครื่องใช้ เช่น เหรียญทำด้วยเงิน มีลายดุนเป็นรูปสัญลักษณ์ต่างๆ ตามคตินิยมของที่ต.หลุมข้าว  อ.โคกสำโรง 

           การพบหลักฐานต่างๆ เหล่านี้ แสดงว่า ลพบุรี เป็นที่ตั้งของชุมชนมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์  ในส่วนของการ  สร้างเมืองลพบุรีนั้น ตามประวัติศาสตร์ในพงศาวดารโยนก กล่าวว่า  ผู้สร้างเมืองลพบุรีหรือที่เรียกว่า "ละโว้"  ในสมัยโบราณ  คือ "พระเจ้ากาฬวรรณดิษ" ราชโอรสแห่งพระเจ้ากรุงขอม  ซึ่งสร้างขึ้นในปี พ.ศ.1002 และเป็นเมืองที่มีความสำคัญมาตั้งแต่ สมัยทวารวดีเคยอยู่ใต้อำนาจของมอญและขอม จนกระทั่งในตอนต้นพุทธศตวรรษที่ คนไทยเริ่มมีอำนาจในดินแดนแถบนี้  ในรัชสมัยของพระเจ้าอู่ทอง  ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ลพบุรีดำรงฐานะเป็นเมืองลูกหลวง กล่าวคือ พระเจ้าอู่ทองได้โปรดให้พระราเมศวร ราชโอรสองค์ใหญ่เสด็จมาครองเมืองลพบุรี   ซึ่งพระราเมศวรโปรดให้สร้างป้อม  คูเมืองและสร้างกำแพงเมืองอย่างมั่นคง  เมื่อพระเจ้าอู่ทองสวรรคตในปีพ.ศ.1912  พระราเมศวรได้ถวายราชบัลลังค์ให้แก่พระปิตุลาของพระองค์  ซึ่งได้ครองราชย์  พระนามว่า พระบรมราชาธิราชที่ 1 ส่วนพระราเมศวรยังคงครองเมืองลพบุรีต่อไปจนถึง พ.ศ.1931 สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 สวรรคต พระราเมศวรจึงขึ้นครองราชย์ ณ กรุงศรีอยุธยา 

            หลังจากนั้น เมืองลพบุรีได้ลดความสำคัญลง จนกระทั่งถึงสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เมืองลพบุรีได้รับการทำนุบำรุงขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งนี้สืบเนื่องจากการคุกคามของชนชาติฮอลันดาที่ติดต่อ  ค้าขายกับกรุศรีอยุธยา  สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงเห็นว่ากรุงศรีอยุธยาไม่ปลอดภัยจากการปิดล้อมและระดมยิงของข้าศึกยามเกิดศึกสงคราม จึงได้สร้างเมืองลพบุรีเป็นราชธานีแห่งที่ 2 ขึ้น เพราะเมืองลพบุรีมีที่ตั้งทางยุทธศาสตร์เหมาะสมซึ่งใการสร้างเมืองลพบุรีนั้น สมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้รับความช่วยเหลือจากช่างชาวฝรั่งเศสและอิตาเลียน ได้สร้างพระราชวังที่มีป้อมปราการเป็นแนวป้องกันอย่างมั่นคง ซึ่งสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงโปรดประทับที่เมืองลพบุรี ตามหลักฐานปรากฏว่า พระองค์ประทับอยู่ที่เมืองลพบุรี ปีละ 8-9 เดือน โปรดให้ทูตและชาวต่างประเทศเข้าเฝ้าที่เมืองลพบุรีหลายครั้ง 

             เมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชสวรรคต ในปี พ.ศ.2231 ณ พระที่นั่งสุทธาสวรรค์ ภายในพระนารายณ์ราชนิเวศน์ เมืองลพบุรีก็หมดความสำคัญลง    สมเด็จพระเพทราชาได้ทรงย้ายหน่วยราชการทั้งหมดกลับกรุงศรี อยุธยา และในสมัยต่อมาก็ไม่มีกษัตริย์พระองค์ใดเสร็จมาประทับที่เมืองลพบุรีอีก จนกระทั่งถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์โปรดให้บูรณะเมืองลพบุรีขึ้นมาอีกครั้งในปีพ.ศ.2406  มีการซ่อมกำแพงเมือง ป้อมและประตูรวมทั้งมีการสร้างพระที่นั่งพิมานมงกุฎในพระราชวังพร้อมทั้งพระราชทานนามพระราชวังว่า "พระนารายณ์ราชนิเวศน์" ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช

            ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง  ลพบุรีได้รับการทำนุบำรุงอีกครั้งสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี  ได้มีการวางผังเมืองใหม่และตั้งหน่วยทหารขึ้นมาในเมืองลพบุรี  ลพบุรีจึงได้ชื่อว่าเป็นเมืองทหารเพราะมีหน่วยทหารตั้งอยู่ถึง 11 หน่วย  ลพบุรีในปัจจุบันจึงเป็น "เมืองเศรษฐกิจ  เมืองท่องเที่ยวและเมืองทหาร"

     

สัญลักษณ์จังหวัดลพบุรี

 

ตราประจำจังหวัดลพบุรี

รูปพระนารายณ์ประทับเหนือพระปรางค์สามยอด  หมายถึง  การระลึกถึงสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ผู้สร้างเมืองลพบุรีขึ้นใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2208   และสร้างความเจริญให้กับแผ่นดินลพบุรีนับเอนกอนันต์ 
                   ส่วนพระปรางค์สามยอดเป็นโบราณสถานที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองลพบุรี

คำขวัญประจำจังหวัดลพบุรี

วังนารายณ์คู่บ้าน  ศาลพระกาฬคู่เมือง  ปรางค์สามยอดลือเลื่อง

เมืองแห่งดินสอพอง  เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เกริกก้อง  แผ่นดินทองสมเด็จพระนารายณ์

ดอกไม้ประจำจังหวัดลพบุรี

ดอกพิกุล

 

วิสัยทัศน์จังหวัดลพบุรี

เป็นแหล่งผลิตอาหารปลอดภัยจากสารพิษ  ศูนย์การศึกษา
แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ  เมืองแห่งคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืน
 
 
ทุ่งทานตะวัน/ Sunflower Field

           ทุ่งทานตะวัน ตั้งอยู่ใกล้วัดมณีศรีโสภณ ตำบลช่องสาริกาอำเภอพัฒนานิคม เกษตรกรในพัฒนานิคมได้ปลูกดอกทานตะวัน ซึ่งในช่วง เดือนตุลาคม - มกราคมดอกจะบานสะพรั่งเป็นภาพที่สวย-งาม การเดินทางจากจังหวัดสระบุรีไป ตามเส้นทางสู่ลำนารายณ์ และเพชรบูรณ์ ขึ้นไปจากสระบุรีเพียง 30 กิโลเมตร จะพบทางเข้าวัดมณีศรีโสภณ ทางขวามือ เข้าไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร อีกเส้นทางหนึ่ง จากจังหวัดลพบุรี ไปตามเส้นทางลพบุรี-สระบุรี จนถึงสามแยกพุแค สระบุรี ให้เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทาง ไปเพชรบูรณ์ ไปอีก 15 กิโลเมตร (ทางหลวงหมาย เลข 21) จะพบทางเข้าวัดมณีศรีโสภณอยู่ทางขวามือ

ที่

อำเภอ - เนื้อที่ปลูก-

พื้นที่ทุ่งทานตะวันบาน

ประมาณการระยะเวลาบาน

1

เมืองลพบุรี

- เนื้อที่รวม 44,600 ไร่

  • บริเวณอ่างเก็บน้ำซับเหล็ก (จุดจัดงาน)
  • บริเวณวัดเขาตระกร้า

15 30 พฤศจิกายน ของทุกปี

  • บริเวณเขาจีนแล (จุดจัดงาน)

1 15 ธันวาคม ของทุกปี

2

พัฒนานิคม

- เนื้อที่รวม 43,500 ไร่

  • บริเวณตำบลชอนน้อย (จุดจัดงาน)
  • บริเวณตำบลดีลัง

15 30 พฤศจิกายนของทุกปี

  • บริเวณตำบลช่องสาริกา (จุดจัดงาน)

1 15 ธันวาคม ของทุกปี

  • บริเวณตำบลหนองบัว (จุดจัดงาน)
  • บริเวณตำบลพัฒนานิคม (จุดจัดงาน)

1 15 มกราคม ของทุกปี

3

ชัยบาดาล

- เนื้อที่รวม 1,500 ไร่

  • บริเวณตำบลนิคมลำนารายณ์ (จุดจัดงาน)
  • บริเวณตำบลบัวชุม
  • บริเวณตำบลม่วงค่อม

15 30 ธันวาคม ของทุกปี

4

หนองม่วง

- เนื้อที่รวม 15,000 ไร่

  • บริเวณตำบลชอนสารเดช (จุดจัดงาน)
  • บริเวณตำบลยางโทน

15 30 ธันวาคม ของทุกปี

5

บ้านหมี่

- เนื้อที่รวม 500 ไร่

  • บริเวณตำบลชอนม่วง (จุดจัดงาน)

15 - 30 ธันวาคมของทุกปี

6

โคกสำโรง

- เนื้อที่รวม 23,660 ไร่

  • บริเวณตำบลเกาะแก้ว (จุดจัดงาน)
  • บริเวณตำบลคลองเกตุ
  • บริเวณตำบลเพนียด
  • บริเวณตำบลวังเพลิง
  • บริเวณตำบลวังจั่น
  • บริเวณตำบลสะแกราบ
  • บริเวณตำบลหนองแขม
  • บริเวณตำบลห้วยโป่ง

15 30 ธันวาคม ของทุกปี

7

ท่าหลวง

- เนื้อที่รวม 1,000 ไร่

  • บริเวณตำบลซับจำปา (จุดจัดงาน)
  • บริเวณตำบลท่าหลวง

15 30 ธันวาคม ของทุกปี

8

สระโบสถ์

- เนื้อที่รวม 1,000 ไร่

  • บริเวณตำบลนิยมชัย (จุดจัดงาน)

15 30 ธันวาคม ของทุกปี

9

โคกเจริญ

- เนื้อที่รวม 10,888 ไร่

  • บริเวณตำบลวังทอง (จุดจัดงาน)
  • บริเวณตำบลโคกเจริญ (จุดจัดงาน)
  • บริเวณตำบลยางราก
  • บริเวณตำบลโคกแสมสาร
  • บริเวณตำบลหนองมะค่า

15 30 ธันวาคม ของทุกปี

10

ลำสนธิ

- เนื้อที่รวม 6,145 ไร่

  • บริเวณตำบลกุดตาเพชร (จุดจัดงาน

คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา)

  • บริเวณตำบลเขารวก
  • บริเวณตำบลหนองรี
  • บริเวณตำบลลำสนธิ

1 15 ธันวาคม ของทุกปี

เส้นทางสู่ทุ่งทานตะวันบาน
จากกรุงเทพฯ -ลพบุรี
ระยะทางเพียง 153 กม. โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน)- รังสิต กม.ที่ 50 เลี้ยวขวา - อำเภอวังน้อย
จังหวัดสระบุรี - สามแยกพุแคเลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 21 (ถ.เพชรบูรณ์ - หล่มสัก) - กม.ที่ 13 ทุ่งทานตะวันบานนับหมื่นไร่ สี่แยกพัฒนานิคมซอย 12เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3017 (ถ.ลพบุรี -เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) - เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

 

เส้นทางการท่องเที่ยว ทุ่งทานตะวันลพบุรี 

มี 3 เส้นทางให้เลือก 

1. เส้นทางสายลพบุรี-พัฒนานิคม-วังม่วง

     จุดที่หนึ่ง (ขณะนี้บานแล้ว  พร้อมรับนักท่องเที่ยวทุกท่านที่มาเยือน)บ้านหนองถ้ำ-ซับเสือแมบ  ตำบลโคกตูม อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ห่างจากจังหวัดลพบุรีประมาณ 15 กิโลเมตร จุดนี้ตอนนี้สามารถเที่ยวชมและถ่ายรูปได้อย่างสวยงามเนื่องจากเป็นช่วง ปลายฝน- ต้นหนาว สภาพแวดล้อมยังเขียวสด  ข้างหลังภาพถ่ายยังมีภูเขาหินปูนเป็นทิวทัศน์ที่สวยงามบานเต็มทุ่งใหญ่ 3,000 ไร่  (แนะนำ)

     จุดที่สอง  เขาจีนแล ตำบลนิคมสร้างตนเอง อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี  ห่างจากจังหวัดลพบุรีประมาณ 10  กิโลเมตร (เส้นทางสายลพบุรี-พัฒนานิคม-วังม่วง) ซึ่งดอกทานตะวัน จะเริ่มบาน ปลายเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม  จุดนี้ถือว่าเป็นจุดที่ สวยที่สุดในประเทศไทย เพราะมีทิวทัศน์ด้านหลังทุ่งทานตะวันป็นภูเขาสูง ต่ำสลับกันไป สวยกว่าต่างประเทศที่เคยพบเห็นมา  โดยมีกิจกรรมต่างๆมากมายอาทิเช่น โดดหอ ร่มบิน ถ่ายรูปทุ่งทานตะวันบนหอคอย (แนะนำ)

     จุดที่สาม บ้านซับราง  ตำบลโคกตูม อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี  อยู่ตรงข้ามกับเขาจีนแล จะเริ่มบาน 15 พฤศจิกายน 2551 เป็นทุ่งใหญ่ 500 ไร่  สวยงามต่อเนื่งกันไป

     จุดที่สี่  อ่างซับเหล็กเลยจุดที่สอง ประมาณ 1 กิโลเมตร มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และมีทุ่งทานตะวันอยู่ด้านล่าง มีเขาตะกร้าเป็นแบ็คกราวน์ ให้ถ่ายภาพได้ อย่างสวยงาม  ซึ่งจะบานกลางเดือนพฤศจิกายน-เดือนธันวาคม (แนะนำ)

2. ทางหลวงหมายเลข 21 (สระบุรี-หล่มสัก)

            2.1 จุดแรกเลยจากแยกพุแคประมาณ 10-15 กิโลเมตร  ลงเขาขาดซึ่งเป็นเขตติดต่อจังหวัดสระบุรีกับลพบุรีไปจะพบกับทุ่งทานตะวันบานต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจังหวัดลพบุรี เหลืองอร่ามทั้งหุบเขา  จะบานกลางเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม

            2.2 จุดที่สองพอถึงสี่แยกตลาดซอย 12 เลี้ยวขวาไปเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์  จะมีดอกทานตะวันบานทั้งสองข้างทางจนถึงตัวเขื่อนป่าสักฯ โดยเริ่มบานตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม

            2.3 ขากลับจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ขับรถตรงเข้าเมืองลพบุรี และแวะถ่ายรูปได้ตลอดเส้นทางจากเส้นทางจุดที่ 1 และจุดที่ 2

3. ทางหลวงหมายเลข 1 (โคกสำโรง-หนองม่วง) ออกจากจังหวัดลพบุรีไปตามถนนพหลโยธินขึ้นไปเส้นทางภาคเหนือ ประมาณ 35 กิโลเมตรจะผ่านอำเภอโคกสำโรงและอำเภอหนองม่วง จะมีทุ่งทานตะวันบานตลอดทั้งสองข้างทาง โดยจะเริ่มบานประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม

4. นั่งรถไฟจากกรุงเทพไปลงที่ตลาดแก่งเสื้อเต้น(ใกล้เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) นั่งรถสองแถว ย้อนไปเที่ยวผ่านเส้นทางจุดที่ 1 จุดที่ 4  จนถึงตัวจังหวัดลพบุรี

          ทั้งหมดนี้ถ้านำรถยนต์ส่วนตัวมาเองควรถึงก่อน 2 โมงเช้าเพราะจะได้ถ่ายภาพที่มีความสวยสดงดงามของดอกทานตะวันยามเช้า (แนะนำ)  แต่ถ้ามาสายกว่านี้ดอกทานตะวันจะไม่ค่อยสดเท่าใด แต่ก็สามารถเที่ยวชมและถ่ายภาพได้ตลอดทั้งวันตามเส้นทางที่แนะนำ

 

ค่ารถโดยสาร

 ค่ารถยนต์โดยสารกรุงเทพ-บขส.ลพบุรี  120  บาท

 ค่ารถตู้จากอนุสาวรีชัยฯ(หน้าโรงพยาบาลราชวิถี)-ลพบุรี 120  บาท

 ค่ารถเมล์จากในเมืองถึงบขส.ลพบุรี  8  บาท

 ค่ารถโดยสารจากบขส.ลพบุรี-เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์  30  บาท

10 กรกฎาคม 2556 | จำนวนเข้าชม 250 ครั้ง